ข่าวนักร้องโพสต์ขับรถตกหลุมในทางเปลี่ยวโชคดีมีคนผ่านมาช่วย

   มีข้อความจากเฟสบุ๊กของนักร้องหนุ่ม นายปราโมทย์ วิเลปะนะ  ได้เล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญของตนเองว่า ได้มีการรับงานร้องเพลงในช่วงดึกเอาไว้ จึงขับรถไปที่งานโดยขับรถไปคนเดียว ถนนที่ขับไปค่อนข้างเปลี่ยวไม่ค่อยมีรถผ่านและถนนค่อนข้างมีหลุมเยอะ ทำให้ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุรถที่ขับมาตกหลุม

ส่วนตัวนักร้องเองก็กระเด็นตกลงไปในคลอง แต่โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังจะกลับบ้านขับรถผ่านมาพอดี จึงได้ทำการเข้าช่วยเหลือ พร้อมแจ้งกับมูลนิธิการกุศลให้มาช่วยลากรถขึ้นจากหลุมด้วย ซึ่งนักร้องหนุ่มได้โพสต์ข้อความขอบคุณทั้งสองหน่วยงานที่ช่วยเหลือ เพราะหากไม่ได้เจ้าหน้าที่กู้ภัยท่านนั้นช่วยไว้ งานก็จะเสียเพราะไปไม่ทัน หรืออาจะเป็นมากกว่านี้ก็ได้

       จากข้อความที่นักร้องคนดังได้โพสต์ไว้ ต่างมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนส่วนใหญ่เป็นการให้กำลังใจกับนักร้องคนดัง ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่า นายปราโมทย์ วิเลปะนะ  ได้เจอกับคนดีของสังคมที่ให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที หนทางที่มืดและอากาศที่หนาวเย็นถ้าไม่มีใครช่วยได้ทัน นายปราโมทย์ วิเลปะนะ   อาจจะเป็นอะไรมากกว่าที่เจออยู่ก็ได้

       อันที่จริงสังคมไทยในปัจจุบัน ยังมีทั้งคนดีและคนที่เห็นแก่ตัวเอง ซึ่งหากมีการติดตามข่าวจะทราบว่าในข่าวหลายๆข่าวเวลาที่มีปัญหาเกิดอุบัติเหตุ หรือมีเรื่องอะไรก็แล้วแต่ อย่างเช่นคนท้องเป็นลมข้างถนน คนไทยก็ไม่ทิ้งกัน ยังคงมีคนดีคอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าบางครั้งการที่เราช่วยเขาไปแล้ว บางคนอาจเจ็บตัวแทน หรือบางคนถึงขั้นเสียชีวิต เช่น กรณีที่ดาราหนุ่มคนหนึ่งขับรถผ่านไปแล้วไปเจอคนเกิดอุบัติเหตุ

จึงได้จอดรถลงเข้าไปช่วยเหลือ แต่ดาราหนุ่มคนนั้นกลับถูกรถที่ขับมาตามหลังชนจนต้องกลายเป็นคนพิการ ต้องรักษาตัวตลอดชีวิต อนาคตที่กำลังรุ่งโรจน์ต้องดับลง  หรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน แต่คนที่ช่วยรายนี้กลับต้องถูกรถชนเสียชีวิต ลูกเมียต้องเสียหัวหน้าครอบครัวไป บุคคลเหล่านี้คือคนดีของสังคมที่ยังคงหลงเหลืออยู่

แต่บ่อยครั้งที่เมื่อมีคนดีเข้าไปช่วยเหลือแล้ว ต้องมาเจอเรื่องที่ทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน ทำให้คนที่ต้องการจะทำความดีบางครั้งก็ต้องกลับมาคิดทบทวนว่าหากเราช่วยเขาแล้วเราต้องเป็นฝ่ายที่เสียหาย เสียเวลาเอง เราควรจะต้องทำดีอยู่อีกไหม คนดีกำลังจะหมดไปจากสังคมไทย ถ้าหากพวกเขาเหล่านั้นช่วยใครแล้วต้องมาเดือดร้อนเสียเอง

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

ข่าวนักเรียกแพทย์ที่จีนโพสต์เกี่ยวกับการถูกกักตัวตรวจโรค

นักเรียนแพทย์คนไทยบอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการถูกกักบริเวณที่เมืองจีน หลังจากอาจารย์ติด เชื้อไวรัสโคโรนา

นักเรียนแพทย์คนไทยในจีน ได้ออกมาเพื่อเล่าประสบการณ์เรื่องของการถูกกักบริเวณเพื่อทำ Home quarantines เป็นจำนวนนานถึง14 วัน ด้วยกันนั้น หลังจากที่อาจร์ย์ที่สอนหนังสือได้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ชี้ชาวจีนสู้กับวิกฤติคราวนี้เต็มกำลัง พร้อมกับมีวิธีการป้องกันอย่างรัดกุม

นักเรียนแพทย์คนไทย ที่ไปศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่เมืองจีน ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์เรื่องของการโดนกักบริเวณในประเทศจีน เป็นจำนวนนานถึง  14 วัน ว่า เรื่องดังกล่าวเรื่องเริ่มมาจากตั้งแต่ช่วงวันที่ 20 ม.ค. 2563 เธอและเพื่อนๆได้ไปเรียนหนังสือกันตามปกติธรรมดา แต่หลังจากนั้นในอีก 6 วันต่อมาเธอและเพื่อนๆก็ได้รับการติดต่อและได้รับแจ้งว่า คุณครูที่สอนพวกเธอนั้นติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้เธอและเพื่อนๆตกเป็นผู้ต้องสงสัยในทันทีว่าจะติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนาด้วยหรือไม่  เนื่องจากว่าทุกคนที่อยู่ในห้องเรียนนั้นจำเป็นต้องโดนแยกตัวทำ Home quarantines เป็นจำนวนนานถึง  14 วัน เพื่อพิจารณาอาการของโรคตามระยะเวลาของการฟักตัวของโรค แม้ว่าจะไม่มีใครมีอาการหรือเจ็บไข้ได้ป่วยเลยก็ตามที

โดยในช่วงแรกนักศึกษาคนดังกล่าวได้ซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อทำการเตรียมตัวว่าจะเดินทางกลับมาที่เมืองไทยเอาไว้แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะถูกเรียกตัวให้ไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบอาการเป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง และ ต่อจากนั้นเธอได้ถูกย้ายไปดูอาการต่อที่โฮเต็ล เหตุเพราะสะดวกสบายมากกว่า โดยในทุกๆวันเธอจะต้องมีการรายงานการตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกายของเธอให้กับอาจารย์ในทุกๆเช้าด้วย  และที่สำคัญที่นี่ยังได้มีการเตรียมจิตแพทย์เอาไว้ให้ทุกคนที่ถูกกักตัวได้รายงานถึงสภาพจิตใจในปัจจุบันได้ด้วย

ซึ่งเธอก็ได้แต่ลุ้นว่าเธอและเพื่อนๆคนอื่นๆที่ถูกกักตัวเอาไว้ในการตรวจหาเชื้อโรคโคโรนาจะสามารถกลับไปสอบทันวันสอบที่มีการกำหนดเอาไว้ว่าจะต้องสอบในวันที่  3 ก.พ. 2563 ซึ่งเธอยังกล่าวอีกว่าหากมีเรื่องอะไรเธอจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง เธอยังได้เล่าให้ฟังอีกว่าที่จีนรวมทั้งทุกคนตรงนี้ทำงานหนักกันมากมากต่างก็พยายามร่วมก้นต่อสู้กับโรคไวรัสนี้กันอย่างมากรวมถึงได้มีการออกมาตรการการปกป้องรวมทั้งควบคุมการเกิดการระบาดของโรคให้รัดกุมยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อที่ทุกคนจะได้ร่วมกันต่อสู้กับวิกฤติคราวนี้และผ่านมันไปได้ด้วยกัน และเธอยังได้ฝากบอกกับทุกคนด้วยว่า อย่าได้ไปเกลียดชังหรือรู้สึกไม่พอใจอะไรชาวจีนเลยจ้ะ คนจีนพวกเขาไม่ใช่เชื้อไวรัส และเขาก็เป็นคนเหมือนกันกับพวกเราทุกคน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

ข่าวเกี่ยวกับการสั่งพิซซ่าที่โด่งดัง

ชาวเน็ตรุมด่าคนโทรสั่งพิซซ่าด้วยราคา 1800 บาทแล้วเปลี่ยนใจไม่เอาทำคนส่งพิซซ่าต้องเสียงเงินจ่ายตังค์เอง 

พนักงานส่งอาหารของบริษัท Grab Food พบคุณซื้อของที่ไม่มีสามัญสำนึกโทรสั่งพนักงาน Grab Food ให้ไปซื้อพิซซ่าให้โดยสั่งของมาเยอะแยะคิดเป็นเงินรวมถึง 1800 บาทร้านพิซซ่าก็เตรียมของจนจะเสร็จอยู่แล้วแต่ลูกค้าที่โทรสั่งพิซซ่าเปลี่ยนใจกลับโทรมายกเลิกออเดอร์กับพนักงานคนส่งของกะทันหันทำให้พนักงานขอ’ Grab Food ต้องเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับร้านพิซซ่าเองเพราะทางร้านได้ทำพิซซ่าออกมาเกือบจะเสร็จอยู่แล้ว       

การที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญของคนทำงานบริการยิ่งถ้าเกิดเป็นงานที่จะต้องแข่งกับเวลาดังเช่นการส่งของกินยิ่งจำเป็นต้องส่งอย่างรวดเร็วทันใจเพื่อที่ลูกค้าจะยังได้รับของกินที่สุดใหม่อยู่เสมอแต่ถ้าใครต้องมาเจอกับลูกค้าที่ไม่มีความรับผิดชอบไร้จรรยาบรรณและไม่มีจิตสำนึกก็อาจจะทำให้พลังใจพลังกายความตั้งใจที่จะทำงานให้ออกมาดีที่สุดรถน้อยถอยลงไปได้ดังเช่นพนักงานส่งอาหารรายหนึ่งของ Grab Food ที่มาเจอกับลูกค้าที่ไร้จิตสำนึก 

โดยมีการโพสต์ Facebook จากพนักงานส่งของรายหนึ่งของบริษัท Grab Food

ได้ออกมาเล่าเรื่องราวประสบการณ์ที่เพิ่งเจอมากับตัวเองว่า ตัวเค้าเองเป็นพนักงานส่งของของบริษัท Grab Food มีลูกค้าโทรเข้ามาสั่งให้ไปซื้อพิซซ่าซึ่งเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1800 บาทโดยพลังงาน Grab Food ได้ไปสั่งของที่ร้านพิซซ่าทางร้านมีการรับออเดอร์และคิดเงินไปเรียบร้อยแล้วซึ่งพนักงาน Grab Food ต้องเป็นคนจ่ายให้ก่อนแต่ในขณะที่ร้านพิซซ่ากำลังจะทำพิซซ่าใกล้จะเสร็จอยู่นั้นลูกค้าคนที่โทรมาสั่งพิซซ่าก็โทรมาขอยกเลิกออเดอร์กับพนักงาน Grab Food กะทันหันทำให้พนักงานแก๊สฟู๊ดต้องเสียเงินเอง

โดยที่ลูกค้าคนที่โทรมายกเลิกออเดอร์ไม่ช่วยรับผิดชอบอะไรเพราะถือว่ายังไม่ได้สินค้าและที่สำคัญพนักงานกับเฟิสไม่สามารถติดต่อลูกค้าคนนั้นได้อีกเลยหลังจากที่ลูกค้าคนนั้นโทรมายกเลิกการสั่งสินค้าแล้วซึ่งเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทุกคนที่ได้ทราบเรื่องก็ต่างพากันก้นด่าลูกค้าคนที่โทรมาสั่งแล้วยกเลิกออเดอร์เพราะผลเสียที่ตามมาคือเป็นพนักงานแกพูดซึ่งเป็นแค่พนักงานที่หาเช้ากินค่ำเท่านั้นปัญหาที่พนักงานส่งของมักจะเจอกันก็คือลูกค้าโทรมาสั่งสินค้าแล้วยกเลิกสินค้าระหว่างทางทำให้พนักงานส่งของที่ต้องจ่ายเงินแทนลูกค้าไปก่อนต้องมาเสียเงินและรับผิดชอบออเดอร์นี้โดยที่พนักงาน

 ไม่ได้ทำผิดอะไรเลยอย่างไรก็ดีชาวโซเชียลต่างก็มีความคิดเห็นว่าปัญหาลูกค้าสั่ง Grab Food แล้วยกเลิกออเดอร์เป็นปัญหาที่พบบ่อยดังนั้นควรมีการออกกฎใหม่ว่าจะให้ลูกค้าจ่ายเงินเต็มก่อนหรือจ่ายครึ่งหนึ่งก่อนจะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีก          

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

ข้ามไปยังทูลบาร์