เหตุการณ์ปล้นร้านทองออโรร่า ข่าวสลดตั้งแต่ต้นปี

   เป็นข่าวที่กำลังโด่งดังมากในขณะนี้ คือข่าวการปล้นร้านทองออโรร่าในห้างโรบินสัน ประจำจังหวัดลพบุรี โดยคนร้านควงปืนบุกเดียวเข้ามากราดยิงคนที่เดินผ่านไปมาแล้วนำทองไปได้แค่ยี่สอบกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษแต่ก็ยังไม่มีวีแววว่าจะหาคนร้ายเจอ ซึ่งหลายฝ่ายต่างก็ออกมาวิเคราะห์กับเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า บางทีคนร้ายอาจจะไม่ได้ต้องการปล้นร้านทองจริงๆก็ได้

เพราะคนร้ายขนทองไปไม่กี่บาทเมื่อเทียบกับการกระทำที่ทำการรุนแรงแบบไร้จิตสำนึก อีกทั้งหลายฝ่ายที่ได้เห็นคลิปขณะที่ปล้นร้านทองต่างก็พากันวิเคราะห์ว่า ชุดที่คนร้ายสวมใส่หากเป็นของจริงค่อนข้างที่จะราคาแพงมากเพราะเป็นยี่ห้อดังจากต่างประเทศและในประเทศไทยยังไม่มีการนำเข้ามาขายด้วยซ้ำไป ที่สำคัญปืนที่คนร้ายใช้ก็ค่อนข้างเป็นอาวุธปืนอย่างดีมีราคาแพง

ไม่ได้หาซื้อได้ตามร้านขายปืนเถื่อนทั่วๆ ส่วนหมวกปิดบังใบหน้าก็เป็นของแพงที่ใช้สำหรับกลุ่มคนที่เป็นทหารใช้กันเท่านั้น  และลักษณะท่าทางการยิงก็พบว่าคนร้ายมีการใช้ปืนได้อย่างคล่องแคล่วและที่สำคัญเส้นทางการหลบหนีที่คนร้ายเลือกหลบหนี เป็นเส้นทางของถนนสายรอง

ซึ่งเป็นเส้นทางที่หนีไปได้หลายจังหวัดและเป็นเส้นทางที่ไม่ได้มีการติดกล้องวงจรปิดไว้ ทำให้ตำรวจไม่สามารถติดตามจากกล้องได้เลย ซึ่งตอนนี้มีหลายหน่วยงานได้มีการตั้งค่าหัว รางวัลนำจับโจรใจทรามรายนี้แล้ว ตอนนี้รางวัลที่ตั้งนำจับสูงถึงห้าแสนบาทแล้ว ซึ่งตอนนี้เหล่าโซเชียวทั้งหลายต่างก็พยายามช่วยกันหาเบาะแส เพื่อที่จะสามารถตามจับคนร้ายคนนี้มาลงโทษให้ได้

เพราะการกระทำของคนร้ายรายนี้ถือว่าโหดเหี้ยมมาก เหตุการณ์ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าคนร้ายตั้งใจที่จะเข้ามายิงคนมากกว่าที่จะปล้นร้านทองด้วยซ้ำเพราะอย่างพนักงานร้านทองที่เสียชีวิตหากคนร้ายต้องการแค่ปล้นทองจริงก็แค่ยิงครั้งเดียวพอให้พนักงานคนนั้นบาดเจ็บก็พอ แต่จากกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้คนร้ายยิงครั้งแรกไปแล้ว ยังหันไปกระหน่ำยิงอีก3-4 นัดด้วยกัน

จนพนักงานคนนั้นเสียชีวิต และยังมีการกราดยิงคนอื่นๆซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องในร้านทองนั้นด้วยเลย อย่างเด็กน้อยอายุแค่เพียง 2 ขวบก็ต้องมาเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทั้งที่เขาแค่มาเดินเล่นกับแม่ของเขาเท่านั้น ได้แต่หวังว่าจะมีใครที่พอจะให้เบาะแสคนร้ายได้จะได้จับคนร้ายคนนี้มาลงโทษเร็วๆ อยากรู้ว่าเขาทำไปเพื่ออะไร ทำไมต้องฆ่าคนมากมายแบบนี้ 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet บาคาร่าออนไลน์

หักรถหลบข้าวพาซวยเจออุบัติเหตุ

          ข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนนมีให้เห็นทุกวันหรือแทบจะทุกชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่เอง แต่บางครั้งสภาพแวดล้อม สิ่งรอบข้างก็เป็นปัจจัยทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เหมือนกัน อย่างเช่นข่าวรถกระบะหักหลบกองข้าว แล้วไปชนกับรถคันอื่น ทำให้มีทั้งคนเจ็บและคนเสียชีวิต  ซึ่งช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวปัญหาที่พบตอนนี้คือ ชาวบ้านจะเกี่ยวข้าว แล้วนำข้าวตากแดด ที่สำคัญมาตากบนท้องถนน ทั้งที่ถนนก็ไม่ได้กว้าง บางที่เป็นถนน 2 เลนที่วิ่งสวนกันไปมาเท่านั้น

แต่ก็ยังนำสิ่งของมาวางเกะกะ ทำให้รถที่วิ่งผ่านไปมา สวนกันลำบาก ในบางพื้นที่มีการนำข้าวมาตากยาว หลายกิโลเมตรกันเลย ปัญหาเรื่องการนำข้าวมาตากเป็นถนน แล้วมีรถเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่จะเพิ่งมีข่าวนี้ครั้งแรก มีมานาน และมีการเข้าไปพูดคุยกับชาวนา แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนใหญ่ก็ยังเห็นแก่ตัว นำข้าวมาตากบนถนนเหมือนเดิม ปัญหาแบบนี้ควรได้รับการแก้ไขแบบถาวรได้แล้ว 

มีนักข่าวได้ไปสัมภาษณ์ชาวบ้าน บางคนเริ่มที่จะกลัว เพราะเมื่อเหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาคุยกับชาวบ้านแล้วว่า จะให้เป็นผู้รับผิดชอบถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เพราะทางตำรวจเอง  คงไปตะเวนดูทุกพื้นที่ทุกวันว่ามีพื้นที่ไหนเอาข้าวมาตากบนถนนบ้างไม่ไหว  ดังนั้นสิ่งที่แก้ปัญหาเบื้องต้นได้ก่อนคือ ให้ชาวบ้านที่เอาข้าวมาตากบนถนน

นั้นร่วมกันรับผิดชอบความผิดที่เกิดขึ้นนี้ด้วยดีที่สุด เพราะเขาจะได้รู้ถึงผลเสียที่ตามมาว่า การเห็นแก่ตัวของเขาสร้างความเดือนร้อนให้คนอื่นมากแค่ไหน  และควรหามาตรการแก้ไขปัญหานี้ระยะยาว ว่าชาวนาควรนำข้าวไปตากที่ไหน หรือมีที่ตากข้าวไว้ให้แล้ว แต่ไม่พอกับจำนวนข้าวที่มาตาก ควรมีการจัดการคิวการตากข้าวกันอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้น 

          อุบัติเหตุในครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย ถ้าคนเราไม่เห็นแก่ตัว นำข้าวมาตากบนถนน เพราะคนขับรถ เขาจะเห็นแก่ตัวขับรถทับข้าวที่ชาวบ้านตากไว้ก็ได้ แต่เขาก็ไม่ทำเพราะเข้าใจว่ามันจะเสียหาย ในเมื่อทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกัน คนไทยเดิมเป็นคนมีเมตตาถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ดังนั้นเรื่องแบบนี้ ก็น่าจะสามารถหาทางออกในการอยู่ร่วมกัน รัฐบาลเองเขาก็มีงบประมาณส่งมาให้ช่วยเหลือชาวบ้านทุกปี ถ้าผู้มีอำนาจไม่มัวแต่กินเงินเหล่านั้น แล้วนำเงินมาช่วยเหลือประชาชน แบบจริงๆจังๆ เชื่อมั่นได้เลยว่าปัญหาที่ว่านี้จะหมดไปแน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลออนไลน์

รถไฟฟ้าสายสีเหลือง

ปัจจุบันเมืองกรุงเทพฯของเราจะมีรถไฟฟ้าสีใหม่ให้คนเมืองได้ใช้กันในอนาคต นั่นคือรถไฟฟ้าสีเหลือง ซึ่งเป็นเส้นช่วงลาดพร้าว – สำโรง ซึ่งการก่อสร้างในปัจจุบัน คืบหน้าไปกว่าครึ่งแล้ว ซึ่งกำหนดการเสร็จนั้น คาดว่าจะสร้างเสร็จภายใน

ปี2564 โดยจะทำให้ ลาดพร้าว ที่คงเป็นทำเลทองอยู่แล้ว ในโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ จะทำให้ราคาที่ดินขยับสูงขึ้นไปอีก และคาดว่าจะมีนายทุนใหญ่ๆ มาลงทุนสร้างหมู่บ้าน และคอนโดมิเนียม กันอีกเพียบ เพื่อรองรับคนที่ย้ายมาอยู่บริเวณย่านลาดพร้าวแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น บมจ.ศุภาลัย ที่ได้ปักหมุดเปิดตัวขายโครงการทาวน์โอม ในซอยลาดพร้าว 107 ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทน้ำก่อนที่จะเกิดภาวะการแพร่ระบาดโควิด19 ขึ้นมา

โดยส่วนหนึ่งที่โครงการนี้ขายดีแทบจะเกือบหมดแล้วนั้น อาจจะเป็นช่วงที่คอนโดมิเนียมอยู่ในภาวะขาลง แต่สำหรับคอนโดที่มี โลว์ไลฟ์ที่มีราคาไม่แพงและเริ่มต้นที่หนึ่งล้านกว่าๆ ของ ค่าย ออล อินสไปร์ หรือ ALL ที่ได้มีการซุ่มซื้อที่ดี ชึ้นคอนโดมิเนียมขายบริเวณลาดพร้าว 62 ซึ่งห่างจากสถานีลงไฟฟ้าสีเหลืองนี้ มีแค่ สี่ร้อยเมตร เท่านั้น ในตอนนี้ก็ปิดโครงการขายหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับค่ายพฤกษา ที่เก็บเกี่ยวแปลงที่ดิน ในซอยโชคชัย 4 กลางชุมชมใหญ่ขึ้นโครงการพลัมคอนโด และเปิดราคาขายสู้กันอยู่ที่ หนึ่งล้านต้นๆ

และจุดเด่นยังสามารถเดินทางเข้าออกเชื่อมโยงกับสถานีรถไฟฟ้าโชคชัยสี่ ได้สะดวกอีกด้วย และจากการสำรวจนั้นยังพลว่าที่ดินแปลงว่างบนถนนลาดพร้าวนั้นยังคงมีอีกมาก ประกอบกับตึกแถวในซอย และติดถนนใหญ่ ต่างติดป้ายประกาศขาย ขณะนี้ยังมีนายหน้าวิ่งเข้าพบเจ้าตึกแถวตัวจริงอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งอย่างไรก็ตามนั้น ย่านลาวพร้าวยังคงเป็นย่านที่มีชุมชนใหญ่และมีผู้คนอาศัยกันอยู่มากมายและพลุกพล่าน

การจราจรจะติดขัดอยู่ตลอดเวลา เพราะด้านในจะมีชุมชมขยายตัวจำนวนมาก และถนนเส้นนี้ยังสามารถเชื่อมโยงไปยังทำเลอื่นได้สะดวกมากๆ อีกด้วย อย่างเช่น ถนนลาดพร้าววิ่งไปยัง ถนนรัชดา สุทธิสาร ห้วยขวาง หรือจะทะลุออกไปยัง เส้นถนนพหลโยธิน วิภาวดีรังสิตได้อีก ซึ่งในขณะเดียวฟากโซนตะวันออก

โดยจากแยกบางกะปินั้น ยังคงเชื่อมไปยังแยกลำสาลี ถนนรามคำแหง หรือมุ่งไปยังศรีนครินทร์ ได้อีกด้วยทั้งเส้นทางถนน และเส้นทางรถไฟฟ้า จึงต้องบอกว่าสะดวกสุดๆ และเป็นทำเลทองจริงๆ ซึ่งในอนาคตคาดว่าถนนเส้นนี้จะเต็มไปด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกมากมายที่จะผุดขึ้นกันอย่างเป็นดอกเห็ด ให้ชาวลาดพร้าวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกแสนสบายไปต้องฝ่ารถติดไปอย่างถนนละแวกอื่นอีกต่อไป

 

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนโดย   คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ 100

ข่าวนักร้องโพสต์ขับรถตกหลุมในทางเปลี่ยวโชคดีมีคนผ่านมาช่วย

   มีข้อความจากเฟสบุ๊กของนักร้องหนุ่ม นายปราโมทย์ วิเลปะนะ  ได้เล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญของตนเองว่า ได้มีการรับงานร้องเพลงในช่วงดึกเอาไว้ จึงขับรถไปที่งานโดยขับรถไปคนเดียว ถนนที่ขับไปค่อนข้างเปลี่ยวไม่ค่อยมีรถผ่านและถนนค่อนข้างมีหลุมเยอะ ทำให้ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุรถที่ขับมาตกหลุม

ส่วนตัวนักร้องเองก็กระเด็นตกลงไปในคลอง แต่โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังจะกลับบ้านขับรถผ่านมาพอดี จึงได้ทำการเข้าช่วยเหลือ พร้อมแจ้งกับมูลนิธิการกุศลให้มาช่วยลากรถขึ้นจากหลุมด้วย ซึ่งนักร้องหนุ่มได้โพสต์ข้อความขอบคุณทั้งสองหน่วยงานที่ช่วยเหลือ เพราะหากไม่ได้เจ้าหน้าที่กู้ภัยท่านนั้นช่วยไว้ งานก็จะเสียเพราะไปไม่ทัน หรืออาจะเป็นมากกว่านี้ก็ได้

       จากข้อความที่นักร้องคนดังได้โพสต์ไว้ ต่างมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนส่วนใหญ่เป็นการให้กำลังใจกับนักร้องคนดัง ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่า นายปราโมทย์ วิเลปะนะ  ได้เจอกับคนดีของสังคมที่ให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที หนทางที่มืดและอากาศที่หนาวเย็นถ้าไม่มีใครช่วยได้ทัน นายปราโมทย์ วิเลปะนะ   อาจจะเป็นอะไรมากกว่าที่เจออยู่ก็ได้

       อันที่จริงสังคมไทยในปัจจุบัน ยังมีทั้งคนดีและคนที่เห็นแก่ตัวเอง ซึ่งหากมีการติดตามข่าวจะทราบว่าในข่าวหลายๆข่าวเวลาที่มีปัญหาเกิดอุบัติเหตุ หรือมีเรื่องอะไรก็แล้วแต่ อย่างเช่นคนท้องเป็นลมข้างถนน คนไทยก็ไม่ทิ้งกัน ยังคงมีคนดีคอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าบางครั้งการที่เราช่วยเขาไปแล้ว บางคนอาจเจ็บตัวแทน หรือบางคนถึงขั้นเสียชีวิต เช่น กรณีที่ดาราหนุ่มคนหนึ่งขับรถผ่านไปแล้วไปเจอคนเกิดอุบัติเหตุ

จึงได้จอดรถลงเข้าไปช่วยเหลือ แต่ดาราหนุ่มคนนั้นกลับถูกรถที่ขับมาตามหลังชนจนต้องกลายเป็นคนพิการ ต้องรักษาตัวตลอดชีวิต อนาคตที่กำลังรุ่งโรจน์ต้องดับลง  หรืออีกกรณีที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน แต่คนที่ช่วยรายนี้กลับต้องถูกรถชนเสียชีวิต ลูกเมียต้องเสียหัวหน้าครอบครัวไป บุคคลเหล่านี้คือคนดีของสังคมที่ยังคงหลงเหลืออยู่

แต่บ่อยครั้งที่เมื่อมีคนดีเข้าไปช่วยเหลือแล้ว ต้องมาเจอเรื่องที่ทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน ทำให้คนที่ต้องการจะทำความดีบางครั้งก็ต้องกลับมาคิดทบทวนว่าหากเราช่วยเขาแล้วเราต้องเป็นฝ่ายที่เสียหาย เสียเวลาเอง เราควรจะต้องทำดีอยู่อีกไหม คนดีกำลังจะหมดไปจากสังคมไทย ถ้าหากพวกเขาเหล่านั้นช่วยใครแล้วต้องมาเดือดร้อนเสียเอง

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

ข่าวนักเรียกแพทย์ที่จีนโพสต์เกี่ยวกับการถูกกักตัวตรวจโรค

นักเรียนแพทย์คนไทยบอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการถูกกักบริเวณที่เมืองจีน หลังจากอาจารย์ติด เชื้อไวรัสโคโรนา

นักเรียนแพทย์คนไทยในจีน ได้ออกมาเพื่อเล่าประสบการณ์เรื่องของการถูกกักบริเวณเพื่อทำ Home quarantines เป็นจำนวนนานถึง14 วัน ด้วยกันนั้น หลังจากที่อาจร์ย์ที่สอนหนังสือได้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ชี้ชาวจีนสู้กับวิกฤติคราวนี้เต็มกำลัง พร้อมกับมีวิธีการป้องกันอย่างรัดกุม

นักเรียนแพทย์คนไทย ที่ไปศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่เมืองจีน ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์เรื่องของการโดนกักบริเวณในประเทศจีน เป็นจำนวนนานถึง  14 วัน ว่า เรื่องดังกล่าวเรื่องเริ่มมาจากตั้งแต่ช่วงวันที่ 20 ม.ค. 2563 เธอและเพื่อนๆได้ไปเรียนหนังสือกันตามปกติธรรมดา แต่หลังจากนั้นในอีก 6 วันต่อมาเธอและเพื่อนๆก็ได้รับการติดต่อและได้รับแจ้งว่า คุณครูที่สอนพวกเธอนั้นติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้เธอและเพื่อนๆตกเป็นผู้ต้องสงสัยในทันทีว่าจะติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนาด้วยหรือไม่  เนื่องจากว่าทุกคนที่อยู่ในห้องเรียนนั้นจำเป็นต้องโดนแยกตัวทำ Home quarantines เป็นจำนวนนานถึง  14 วัน เพื่อพิจารณาอาการของโรคตามระยะเวลาของการฟักตัวของโรค แม้ว่าจะไม่มีใครมีอาการหรือเจ็บไข้ได้ป่วยเลยก็ตามที

โดยในช่วงแรกนักศึกษาคนดังกล่าวได้ซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อทำการเตรียมตัวว่าจะเดินทางกลับมาที่เมืองไทยเอาไว้แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะถูกเรียกตัวให้ไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบอาการเป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง และ ต่อจากนั้นเธอได้ถูกย้ายไปดูอาการต่อที่โฮเต็ล เหตุเพราะสะดวกสบายมากกว่า โดยในทุกๆวันเธอจะต้องมีการรายงานการตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกายของเธอให้กับอาจารย์ในทุกๆเช้าด้วย  และที่สำคัญที่นี่ยังได้มีการเตรียมจิตแพทย์เอาไว้ให้ทุกคนที่ถูกกักตัวได้รายงานถึงสภาพจิตใจในปัจจุบันได้ด้วย

ซึ่งเธอก็ได้แต่ลุ้นว่าเธอและเพื่อนๆคนอื่นๆที่ถูกกักตัวเอาไว้ในการตรวจหาเชื้อโรคโคโรนาจะสามารถกลับไปสอบทันวันสอบที่มีการกำหนดเอาไว้ว่าจะต้องสอบในวันที่  3 ก.พ. 2563 ซึ่งเธอยังกล่าวอีกว่าหากมีเรื่องอะไรเธอจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง เธอยังได้เล่าให้ฟังอีกว่าที่จีนรวมทั้งทุกคนตรงนี้ทำงานหนักกันมากมากต่างก็พยายามร่วมก้นต่อสู้กับโรคไวรัสนี้กันอย่างมากรวมถึงได้มีการออกมาตรการการปกป้องรวมทั้งควบคุมการเกิดการระบาดของโรคให้รัดกุมยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อที่ทุกคนจะได้ร่วมกันต่อสู้กับวิกฤติคราวนี้และผ่านมันไปได้ด้วยกัน และเธอยังได้ฝากบอกกับทุกคนด้วยว่า อย่าได้ไปเกลียดชังหรือรู้สึกไม่พอใจอะไรชาวจีนเลยจ้ะ คนจีนพวกเขาไม่ใช่เชื้อไวรัส และเขาก็เป็นคนเหมือนกันกับพวกเราทุกคน

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

ข่าวเกี่ยวกับการสั่งพิซซ่าที่โด่งดัง

ชาวเน็ตรุมด่าคนโทรสั่งพิซซ่าด้วยราคา 1800 บาทแล้วเปลี่ยนใจไม่เอาทำคนส่งพิซซ่าต้องเสียงเงินจ่ายตังค์เอง 

พนักงานส่งอาหารของบริษัท Grab Food พบคุณซื้อของที่ไม่มีสามัญสำนึกโทรสั่งพนักงาน Grab Food ให้ไปซื้อพิซซ่าให้โดยสั่งของมาเยอะแยะคิดเป็นเงินรวมถึง 1800 บาทร้านพิซซ่าก็เตรียมของจนจะเสร็จอยู่แล้วแต่ลูกค้าที่โทรสั่งพิซซ่าเปลี่ยนใจกลับโทรมายกเลิกออเดอร์กับพนักงานคนส่งของกะทันหันทำให้พนักงานขอ’ Grab Food ต้องเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับร้านพิซซ่าเองเพราะทางร้านได้ทำพิซซ่าออกมาเกือบจะเสร็จอยู่แล้ว       

การที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญของคนทำงานบริการยิ่งถ้าเกิดเป็นงานที่จะต้องแข่งกับเวลาดังเช่นการส่งของกินยิ่งจำเป็นต้องส่งอย่างรวดเร็วทันใจเพื่อที่ลูกค้าจะยังได้รับของกินที่สุดใหม่อยู่เสมอแต่ถ้าใครต้องมาเจอกับลูกค้าที่ไม่มีความรับผิดชอบไร้จรรยาบรรณและไม่มีจิตสำนึกก็อาจจะทำให้พลังใจพลังกายความตั้งใจที่จะทำงานให้ออกมาดีที่สุดรถน้อยถอยลงไปได้ดังเช่นพนักงานส่งอาหารรายหนึ่งของ Grab Food ที่มาเจอกับลูกค้าที่ไร้จิตสำนึก 

โดยมีการโพสต์ Facebook จากพนักงานส่งของรายหนึ่งของบริษัท Grab Food

ได้ออกมาเล่าเรื่องราวประสบการณ์ที่เพิ่งเจอมากับตัวเองว่า ตัวเค้าเองเป็นพนักงานส่งของของบริษัท Grab Food มีลูกค้าโทรเข้ามาสั่งให้ไปซื้อพิซซ่าซึ่งเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1800 บาทโดยพลังงาน Grab Food ได้ไปสั่งของที่ร้านพิซซ่าทางร้านมีการรับออเดอร์และคิดเงินไปเรียบร้อยแล้วซึ่งพนักงาน Grab Food ต้องเป็นคนจ่ายให้ก่อนแต่ในขณะที่ร้านพิซซ่ากำลังจะทำพิซซ่าใกล้จะเสร็จอยู่นั้นลูกค้าคนที่โทรมาสั่งพิซซ่าก็โทรมาขอยกเลิกออเดอร์กับพนักงาน Grab Food กะทันหันทำให้พนักงานแก๊สฟู๊ดต้องเสียเงินเอง

โดยที่ลูกค้าคนที่โทรมายกเลิกออเดอร์ไม่ช่วยรับผิดชอบอะไรเพราะถือว่ายังไม่ได้สินค้าและที่สำคัญพนักงานกับเฟิสไม่สามารถติดต่อลูกค้าคนนั้นได้อีกเลยหลังจากที่ลูกค้าคนนั้นโทรมายกเลิกการสั่งสินค้าแล้วซึ่งเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทุกคนที่ได้ทราบเรื่องก็ต่างพากันก้นด่าลูกค้าคนที่โทรมาสั่งแล้วยกเลิกออเดอร์เพราะผลเสียที่ตามมาคือเป็นพนักงานแกพูดซึ่งเป็นแค่พนักงานที่หาเช้ากินค่ำเท่านั้นปัญหาที่พนักงานส่งของมักจะเจอกันก็คือลูกค้าโทรมาสั่งสินค้าแล้วยกเลิกสินค้าระหว่างทางทำให้พนักงานส่งของที่ต้องจ่ายเงินแทนลูกค้าไปก่อนต้องมาเสียเงินและรับผิดชอบออเดอร์นี้โดยที่พนักงาน

 ไม่ได้ทำผิดอะไรเลยอย่างไรก็ดีชาวโซเชียลต่างก็มีความคิดเห็นว่าปัญหาลูกค้าสั่ง Grab Food แล้วยกเลิกออเดอร์เป็นปัญหาที่พบบ่อยดังนั้นควรมีการออกกฎใหม่ว่าจะให้ลูกค้าจ่ายเงินเต็มก่อนหรือจ่ายครึ่งหนึ่งก่อนจะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีก          

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

ข้ามไปยังทูลบาร์